วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

โครงการสวนครัวน้ำหยด(เพื่อน้อง)

โครงการสวนครัวน้ำหยด(เพื่อน้อง) เป็นโครงการในฝันที่คิดอยากจะทำมานาน คิดไว้เสมอว่าหากวันใดวันนึงมีโอกาสจะทำให้จงได้ และตอนนี้ถึงวันนี้ผมได้ดำเนินการไปแล้ว ๔ โรงเรียนครับ ที่บุรีรัมย์ ๒ โรงเรียน โคราช ๒ โรงเรียนครับ ความสำเร็จของโครงการนั้นไม่ได้คาดหวังอะไรมากไปกว่าอยากส่งเสริมและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านระบบการให้น้ำพืชที่สามารถใช้งานได้จริงในราคาที่ไม่แพงเกินไป เหมาะสมสำหรับเกษตรกรและบุคคลทั่วไปครับ

ที่มาของโครงการนั้น แม้จะคิดอยากจะทำมานานแต่ก็ใช้ระยะเวลานานกว่าจะมั่นใจในระบบจริงๆ ซึ่งจากการทำโครงการนำร่องเรื่องสวนครัวน้ำหยดในพื้นที่จังหวัดมหาสารคามของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ทำให้ค่อนข้างจะมั่นใจในข้อดีต่างๆ ของรูปแบบการทำสวนครัวน้ำหยด แต่ทั้งนี้องค์ความรู้นี้ยังไม่ได้รับการเผยแพร่ออกไปสู่เกษตรกรเท่าใดนัก

ถึงอย่างนั้นก็ตาม ผมก็มีความฝันอยู่อย่างหนึ่ง คือจากการชมข่าวของภารกิจโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนแล้ว เห็นว่าทางโรงเรียนมีโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียน โดยมีการปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์เป็นต้น แต่จากการเฝ้าสังเกตในภาพข่าว ผมพบว่าการปลูกผักของเด็กนักเรียนนั้น ยังเห็นเด็กตัวเล็กๆ ชั้นประถมศึกษาหิ้วน้ำจากสระน้ำมารดน้ำต้นไม้อยู่ ซึ่งตรงนี้นี่เองที่ทำให้ผมอยากจะเข้าไปช่วยเหลือ โดยการนำระบบสวนครัวน้ำหยดเข้าไปติดตั้งให้เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของเด็กนักเรียน และเป็นการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีการเรียนรู้เรื่องระบบน้ำไปในตัว ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนสนุกกับการปลูกพืชได้

โครงการนี้จึงถือว่าเป็นการต่อยอดโครงการสวนครัวน้ำหยดด้วยเช่นกันครับ 
งบประมาณในการดำเนินการนั้น ส่วนหนึ่งได้มากจากการขอรับบริจาคจากพี่ๆที่ทำงานใน ส.ป.ก. ครับ ซึ่งก็ได้ให้ความอนุเคราะห์อย่างดียิ่ง อีกส่วนหนึ่งก็ได้ครับการสนับสนุนจาก เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีครับ ส่วนเรื่องการประสานกับโรงเรียนต่างๆในจังหวัดบุรีรัมย์ก็ได้ พี่จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๒ (น่าจะเขต ๒ นะครับ) ช่วยประสานงานให้ ต้องขอขอบพระคุณผูเกี่ยวข้องและสนับสนุนมากๆครับ

จาก ส.ป.ก. สู่โรงเรียน

 
- อันนี้เป็นโปรชัวร์ที่ทำออกมาเพื่อชี้แจงโครงการครับ (ไม่ได้เอามาประกาศรับบริจาคนะครับ)


ก้าวเล็กๆของผม


@ ไปเริ่มกันเลยนะครับ รายละเอียดของระบบสวนครัวน้ำหยดสามารถหาอ่านได้บทความก่อนหน้านี้นะครับ 

๑. โรงเรียนหนองตะครอง อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

- ออกเดินทางจากกรุงเทพ ๐๓.๐๐ น. มุ่งหน้าสู่นครราชสีมา โดยจุดหมายแรกคือการไปรวมพลกับทีมจากเทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนธานีสุรนารี (มทส.) ถึง มทส. ประมาณ ๐๖.๐๐ น. ตรวจเช็คของให้พร้อม ของพร้อมคนพร้อมรถพร้อม ก็มุ่งหน้าไปที่ อ.ละหานทราย ได้เลย


- ถึงโรงเรียนแล้ว พูดคุยกับคณะอาจารย์ที่มาคอยอำนวยความสะดวกต่างๆ แล้วก็สำรวจสถานที่กันเลย นี่คือแปลงที่ทางโรงเรียนมีอยู่แล้วและต้องการติดตั้งระบบสวนครัวน้ำหยด


- อันดับแรกก็ต้องหาที่ตั้งถังพักกันก่อน นี่ไงเจอแล้ว ใช้เป็นแท่นรองอย่างดีทีเดียว


- อธิบายที่มาที่ไปให้ความรู้นิดๆหน่อยๆก็มาลงมือกันเลย ช่วยกันทั้งอาจารย์และเด็กนักเรียน


- ช่วยกันๆ


- ติดตั้งสายเทปน้ำหยด


- แนะนำวิธีพับปลายสาย


-ลองทำเองดูซิ


- เสร็จเรียบร้อย ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหน่อย เป็นการเริ่มต้นโครงการโรงเรียนแรกครับ


๒. โรงเรียนส้มป่อย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

- วันที่สองตรงกับวันอาทิตย์ ก็เดินทางไปทำโครงการอีก ๑ โรงเรียนครับ ขนของกันแบบนี้เลย


- ขนอุปกรณ์ลงครบก็ลุยเลย เด็กๆ น่ารักมาก 


- ช่วยกันเตรียมแปลงกันก่อน


- รับแจกกระเป๋าจากนางฟ้าใจดี มทส.


- น้องๆตั้งใจดีมาก วันนี้แดดร้อนพี่ๆ เทคโนธานี ซื้อขนมกับน้ำมาฝากให้ชื่นใจ จะได้มีแรงทำงานกันต่อ 


- เสร็จแล้วก็มานั่งฟังเอาความรู้กันหน่อย


- บรรยากาศสบายๆ คุยกันสนุกสนาน


- อธิบายกันชัดๆ อุปกรณ์แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร


- อธิบายเสร็จก็ลองกันเลย เด็กๆ ช่วยกันอย่างตั้งใจ


- ให้ทำเองทั้งหมด


- โรยสายเทปน้ำหยด


- เจาะท่อเพื่อติดตั้งข้อต่อ


- ออกแรงกันหน่อย


- ใกล้แล้วๆ


- เตรียมล้างท่อได้


- พี่ๆ สอนพับปลายสาย


- น้ำออกแล้ว


- ดูดีทีเดียว


- ถ่ายรูปหน่อย


- เด็กๆก็ดีใจ คนทำโครงการก็ปลื้มใจ


๓. ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ โรงเรียนสะแกราช ที่นี่อาจารย์แจ้งว่าต้องการจะปลูกมะละกอ ซึ่งผมเองก็ไม่มีปัญหาแต่ประการใด เพียงดัดแปลงระบบนิดหน่อยจากเทปน้ำหยดมาเป็นหัวน้ำหยดชนิดชดเชยแรงดัน ก็ใช้ได้แล้วครับ


- ตั้งใจกันมากๆ


- เตรียมเริ่มงานกันได้


- ช่วยกันคนละไม้คนละมือ


- วางท่อพีอี


- เป็นรูปเป็นร่างแล้ว


- จัดท่อพีอีให้ได้ตามที่ต้องการ


- เจาะท่อเพื่อติดหัวน้ำหยด


- น้องๆพับปลายสายหลังจากที่ล้างท่อเสร็จแล้ว


- จะพืชชนิดไหนระบบสวนครัวน้ำหยดก็ตอบสนองความต้องการได้ครับ


- เห็นภาพนี้แล้วก็ชื่นใจหายเหนื่อย



- ระบบสวนครัวน้ำหยด ใช้ได้จริงติดตั้งง่าย




- ดีใจทั้งอาจารย์ทั้งลูกศิษย์


๔. โรงเรียนสมเด็จพระธีรญาณมุนี


- น้องๆช่วยกันหาแท่นตั้งถังพักน้ำ


- นั่งฟังบรรยาย


- ตั้งอกตั้งใจกันดี


- ช่วยกันเจาะถังก่อน โดยมี ดร.ฮิ ช่วยสาธิตวิธีการเจาะให้


- เจาะแล้วก็ขัดให้ได้ขนาดที่ต้องการ


- พันเกลียว



- ช่วยกันต่อท่อ


- ดร.ยืนลุ้น


- เติมน้ำถังพัก


- เจาะท่อเพื่อติดตั้งข้อต่อสำหรับเทปน้ำหยด


- ออกแรงเสียบข้อต่อ


- พี่จากเทคโนธานีช่วยน้องวางเทปน้ำหยด


- พับปลายสาย


- เตรียมเทปน้ำหยดให้เพื่อนๆ


- สายไหนยังไม่ใช้ก็ม้วนเก็บไว้ก่อน


- เสร็จแล้วโรงเรียนที่ ๔


- ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกลา ครั้งนี้ก็เช่นกัน เดินทางกลับมหาวิทยาลัย


@ โครงการเล็กๆ ที่เกิดจากความตั้งใจที่อยากจะเผยแพร่ความรู้ด้านระบบน้ำ ขอขอบคุณ โรงเรียนที่ช่วยให้ความฝันของผมเป็นจริง ขอบคุณพี่เจี๊ยบ น้องเริง น้องนิด จากเทคโนธานีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยรสุรนารี ขอบคุณ ดร.ฮิ ขอบคุณพี่ๆและทุกท่านที่ช่วยบริจาคเงินทุนสำหรับทำโครงการครั้งนี้ ในโอกาสข้างหน้าผมหวังว่าจะมีโอกาสได้ออกไปทำโครงการเช่นนี้อีก ผมหวังเสมอว่าเกษตรกรเมืองไทยจะมีเทคโนโลยีการให้น้ำที่ดีและมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร หวังว่าเกษตรกรจะสามารถนำพาตนเองให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป

                                                                                       ขอบคุณมากครับ
                                                                                     นายธราวุฒิ  ไก่แก้ว
                                                                                       วิศวกรการเกษตร
                                                                      สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
                                                                                     ๒๔ เมษายน ๒๕๕๕


ระบบน้ำสนามหญ้าอย่างง่าย ใครก็ทำได้

@บทความนี้ เปลี่ยนบรรยากาศจากระบบน้ำเพื่อการเกษตรมาเป็นระบบน้ำสำหรับสวนหย่อมหรือสนามหญ้ากันบ้าง หรือเรียกว่า Sprinkler POP-UP ครับ

ขึ้นชื่อว่าระบบน้ำจะสวนผลไม้หรือสวนหย่อมมันก็เหมือนกันหมด ใช้หลักการออกแบบเดียวกัน อุปกรณ์ต่างๆ ก็เหมือนกัน ที่ต่างกันก็แค่หัวจ่ายน้ำที่เป็นแบบเฉพาะเพราะยืดได้หดได้จึงเรียกว่า POP-UP ทั้งยังปรับรัศมีได้หลากหลาย สามารถติดตั้งได้กับสวนทุกรูปร่าง ทั้งยังติดตั้งไว้ได้ดินไม่ให้เกะกะรกหูรกตา เดินสะดุดหรือเป็นอุปสรรคในการตัดหญ้าเลยแม้แต่นิด

การออกแบบก็เหมือนกับการออกแบบระบบสปริงเกลอร์ทั่วไปนะครับ ต่างแค่เลือกติดตั้งหัวฉีดตามองศาฉีดต่างๆเพื่อไม่ให้น้ำฉีดไปโดยพื้นที่ที่เราไม่ต้องการให้เปียกครับ

จากนี้ต่อไป ผมจะนำเสนอให้เห็นว่าทำไมจึงว่าทำได้ไม่ยาก ใครๆก็สามารถทำเองได้ และเพื่อให้เข้ากับชื่อ Blogger นี้ คือ "ระบบการให้น้ำพืชฉบับประชาชน" ผมจึงจะยำใหญ่ใส่สารพัดทำแบบลูกทุ่งๆ อุปกรณ์สามารถหาได้ในท้องถิ่น และที่ผ่านมานั้นผมจะทำให้กับผู้อื่นมาสารพัดในหลายสารทิศ ก็ถึงโอกาสกลับไปทำให้ที่บ้านตัวเองแล้วครับ โดยอุปกรณ์หลักๆก็คือ หัวจ่ายน้ำ Sprinkler POP-UP อันนี้ผมเลือกขนาดเล็กให้เข้ากับสนามหน้าบ้านครับ โจทย์คือ พื้นที่ติดตั้ง ๖ เมตรยาว ๑๐.๕ เมตร ประมาณเอาว่าใช้รัศมี ๔ เมตรที่แรงดัน ๒ บาร์ ใช้ประมาณ ๖ หัวน่าจะพอ ตำแหน่งติดตั้งไปวางกันหน้างานเลย (อันนี้ไม่ควรเลียนแบบนะครับ)

 - เริ่มแรกก็บูรณะปั๊มเดิมที่อยู่ก่อน ปั๊กชักมอเตอร์พัง ปั๊มหอยโข่งเมคซีลแตก เพื่อให้ง่ายและถูกก็เปลี่ยนมอเตอร์ปั๊มชักดีกว่า เอามาใช้พลางไปก่อน


- ตัวนี้ได้มาฟรีนานแล้ว ลองเอามาใช้ดู แต่พอเสียบปลั๊กปรากฏว่าปั๊มไม่หมุนเลยต้องรื้ออีกตัว เป็นตัวที่สาม งัดแงะจนใช้งานได้ แต่เอาอะไรมากไม่ได้กะของจีนครับ



                                           - พื้นที่สนามหญ้าประมาณ ๖๐ ตารางเมตรครับ 

                                                     
                                                              - อันนี้หัวสปริงเกลอร์ครับ


                                     - ถอดหัวออกมาดู สปริงนี่ละครับที่ทำให้ยืดได้หดได้ครับ


- ขั้นแรกก็เริ่มจากการขุดดินเลยครับ เพราะระบบนี้อุปกรณ์ท่อและหัวจ่ายน้ำจะอยู่ใต้ดินครับ


                                                       - ทุกอย่างพร้อมก็ลงมือเลยครับ


                               - กล่องใส่วาล์วแบบลูกทุ่งครับ ได้กระถางต้นไม้แถวๆนั้นละครับ


                                                          -ลองติดตั้งหัวดูซิ พอดีไหม


-หัวใจสำคัญอยู่ที่ปั๊มครับ ดูสับสนวุ่นวายดี แต่ก็ไม่มีอะไรครับ เนื่องจากปั๊มหลักชำรุดเลยใช้ปั๊มชักเป้นหลักแทน ปั๊มหอยโข่งน้อยแรงดันกะปริมาณน้ำไม่พอครับ (สเปคบอกมาพอแต่เอาเข้าจริงๆ ก็ตามที่รู้ๆกันของจีนครับ)


-เมื่อติดตั้งปั๊มเสร็จก็ล้างท่อกันก่อนครับ


                      -ทดสอบแรงดันครับ งานไหนที่มีปั๊มผมมักจะต้องมีเกจวัดแรงดันเสมอครับ
  

- ทดสอบแรงดันแล้วก็ทดสอบที่หัวจ่ายกันเลย จะได้รู้กันไปว่าที่ออกแบบกับของจริงใกล้เคียงกันไหม ถ้าผิดพลาดยังพอจะขยับหัวหรือแก้ไขได้ทัน แต่ถ้าใจร้อนฝังท่อแล้วเจอมาปัญหาทีหลังละก็งานเข้าแน่ๆ


                                                 - ทดลองน้ำเสร็จก็ทำการกลบแนวท่อครับ


                                         - ฝังหัวให้ตรงๆครับ อัดดินให้แน่นอย่าให้ขยับครับ


- ทำการโรยทรายครับ ปรับสนามให้เรียบ


-ทดสอบระบบอีกครั้งครับ


- เปิดน้ำรดสนามให้ชุ่มครับ ให้ดินเย็นๆ


                                                      - เมื่อสนามพร้อมก็เริ่มปูหญ้าครับ


-ใช้ลูกกลิ้งแบบลูกทุ่งบดอัดอีกรอบครับ


-ปูเสร็จเรียบร้อยครับ ง่ายๆเลยใช่ไหมครับ


- ทดลองเปิดน้ำดูครับ ระบบใช้ได้ไหม หัวนี้ปรับมุมไปที่ ๓๖๐ องศา


- หัวนี้ตั้งไว้ที่ ๙๐ องศาคครับ


- หัวนี้ที่ ๑๘๐ องศาครับ


- ขั้นตอนสุดท้ายก็ตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบครับ แรงดัน ๒ บาร์ครับ ได้รัศมีประมาณ ๔ เมตรตามที่ตั้งใจไว้ครับ ถือว่าเกินคาดสำหรับปั๊มชักครับ


@ จะเห็นว่าระบบน้ำสนามหญ้าก็ในส่วนของอุปกรณ์หลักๆ ก็ไม่ต่างจากระบบน้ำแบบสปริงเกลอร์แบบอื่นๆ ใช่ไหมครับ หลักการออกแบบก็หลักการเดียวกัน สามารถทำได้เองไม่ยากครับ ราคาอุปกรณ์ของระบบนี้จะอยู่ประมาณตารางเมตรละ ๑๐๐ บาท ครับ ถ้าต้องการให้สนามหญ้ามีความสวยงาม ระบบการให้น้ำแบบนี้ก็เป้นทางเลือกหนึ่งที่ดีครับ 



ธราวุฒิ  ไก่แก้ว
วิศวกรการเกษตร
สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
๒๔ เมษายน ๒๕๕๕